การปล่อยวาง คลายทุกข์ แบบง่ายๆ

7ffdg5555

สิ่งที่เราเป็นทุกข์ในปัจจุบันนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป เราเองต้องอยู่ในโลกนี้ โลกแห่งการเป็นเหยื่อความเจริญด้านวัตถุ สิ่งล่อใจมีมาก ทำให้กิเลสมากขึ้นตามลำดับ ดังนั้นการปล่อยวางทั้งด้านวัตถุที่เป็นรูปธรรม และการปล่อยวางทางจิตใจที่เป็นนามธรรม จึงเป็นหนทางให้เราคลายความทุกข์ลงได้ เช่น ไฮเทคเกินไปก็ทำตัวให้ โลว์เทคบ้าง เคยขับรถ ก็ลองปล่อยแล้วมาขึ้นรถเมล์บ้าง เคยเอะอะโวยวายไม่พอใจเมื่อมีใครทำอะไรไม่ถูกใจ ก็หัดเฉยให้อภัยบ้าง เคยแต่งตัวพิถีพิถัน ก็มาแต่งตัวตามสบายบ้าง เป็นต้น

การปล่อยวาง คือปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวง ข้อนี้สำคัญที่สุดในการคลายเครียดทุกวิธีที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เพราะเป็นการตัดต้นตอของความทุกข์ทั้งมวลลงได้ เมื่อยึดมั่นถือมั่นมากก็ต้องทุกข์มาก ถ้าปล่อยวางลงได้มากก็เบามากสุขมาก แล้วความเครียดก็ลดลงหรือหายไปเลย

ยึดมั่นสิ่งใด ก็ทุกข์เพราะสิ่งนั้น

เมื่อยึดมั่นในสิ่งใด ก็เป็นทุกข์เพราะสิ่งนั้น ฉะนั้น พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า… สพ.เพ ธม.มานาลํ อภินิเวสาย” แปลว่า “สิ่งทั้งปวงไม่ควรเข้าไปยึดมั่นถือมั่น” นี้เป็นหลักธรรมชั้นสูงขั้นวิปัสสนาในพระพุทธศาสนา

แต่สำหรับเราปุถุชนนั้น ยังยึดมั่นถือมั่นอยู่ เพราะยังมีกิเลสอยู่ จะปล่อยวางให้เด็ดขาดนั้นยังทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น ใครจะยึดมั่นในเรื่องอะไรก็ยึดเถิด แต่อย่ายึดให้มากเกินไป เพราะสิ่งทั้งปวงในโลกนี้มันไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน มันเป็นทุกข์ มันตกอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ต้องพังสลายไปในที่สุด และไม่มีอะไรเป็นของเราที่แท้จริงเลย เห็นได้ชัดเมื่อคนเราตาย เราต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้หมดสิ้นแล้วจากโลกนี้ไป นำไปได้แต่บุญและบาปติดตัวไปได้เท่านั้น นอกนั้นต้องทิ้งไว้ทั้งสิ้น มอบให้โลกเขาไป แม้แต่ร่างกาย เพราะได้ยืมของโลกเขามาใช้ชั่วคราว

วิธีการในการปล่อยวางมีหลายอย่าง สำหรับคนเราที่ยังไม่อาจปล่อยวางทุกอย่างได้ ก็ควรใช้การปล่อยวางแบบง่าย ๆ ไปก่อน คือ รู้จัดปิดหูปิดตาและปิดปากเสียบ้าง เหมือนอย่างรูปปริศนาธรรมเป็นรูปลิง 3 ตัว โดยตัวหนึ่งปิดหู ตัวหนึ่งปิดตา อีกตัวหนึ่งปิดปาก ตามหลักพระพุทธศาสนา ถือว่าคนเราบางคราวแม้ไม่ใบ้ก็ทำเหมือนเป็นใบ้เสียบ้าง แม้ไม่หนวกก็ทำเหมือนหนวกเสียบ้าง แม้ไม่บอดก็ทำเป็นบอดเสียบ้าง ถ้าทำเป็นคนรู้เห็นไปหมดแล้ว ก็เท่ากับไปแส่หาความทุกข์ไม่หยุดหย่อน

อย่างสมมติว่า เราเห็นคนรักหรือลูกหลานไปทำบางสิ่งบางอย่างอันไม่น่าพอใจ บางครั้งเราก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสียบ้าง เพราะถ้ารู้เห็นมากมันก็วุ่นวาย และทำให้เครียดมาก เช่น ในบางครั้งบางคนแม้ตนไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้ยิน แต่ได้พยายามสืบเสาะให้มันเห็นจนได้ แล้วในที่สุดก็มานั่งทุกข์นอนทุกข์ เพราะไม่มีอุบายรักษาใจหรือปล่อยวางไม่เป็น