หลวงพ่อโชติ รุฬหผโล วัดตะโน กรุงเทพฯ

1122100
ท่านเป็นพระร่วมสมัยกับ หลวงปูโต๊ะที่เราๆ ท่านๆรู้จักดี ท่านแก่พรรษากว่า หลวงปูโต๊ะ ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ หลวงปูโต๊ะ ท่านนับถือหลวงพ่อโชติ มาก อีกทั้งยังได้ร่ำเรียนวิชาทำ ผงพุทธคุณกับหลวงพ่อโชติ จะเรียกง่ายๆว่า ลป.โต๊ะเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อโชติก็ น่าจะไม่ผิดอะไร หลวงพ่อโชติท่านเป็นนักเลงมาก่อนหลังจากที่ได้ออกบวชก็ไม่สึกอีก เลย เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่านักเลงสมัยก่อนต้องมีวิชาดีไม่อย่างนั้นเป็นนักเลงไม่ได้

หลวงพ่อโชติ วัดตะโน ท่านเกิดเมื่อ วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ.2417 เป็น บุตรของ นายคงและนางแสง อุปสมบท ณ วัดกระทุ่ม วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2451 มรณภาพ วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2501 รวมสิริอายุ 83 ปี

วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม

เหรียญรุ่นแรก ปี พ.ศ.2497 เป็นเหรียญรูปไข่ รูปเหมือนครึ่องค์ ด้านหน้าระบุชื่อหลวงพ่อและชื่อวัด ด้านหลังอักขระยันต์

เหรียญรุ่นสอง ปี พ.ศ.2500 เป็นเหรียญเสมา รูปเหมือนเต็มองค์ ระบุชื่อ ชื่อวัด หลังยันต์ ระบุ พ.ศ.2500 เป็นเลขไทย

เชือกคาดเอวลายกระดูกงู ถือว่าเป็นเชือกคาดเอวที่มีความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ถักลายกระดูกงู หัวถักเป็นหัวตะกร้อ มีทั้งหัวเดียว และ 2 หัว ซึ่งเชือกคาดเอวที่มีหัว2หัวหายากมากๆ ท่านทำไว้น้อยมากนานๆถึงจะเจอซักเส้นนึง

Read More

หลวงปู่เช้า อัตตจิตโต วัดห้วยลำใย จ.นครสวรรค์

9911111000
“หลวงปู่เช้า อัตตจิตโต” วัดห้วยลำใย ต.หนองพิกุล อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองปากน้ำโพ ที่เชี่ยวชาญวิทยาคมเป็นที่เลื่องลือ สืบสานวิทยาคมเป็นศิษย์สายตรงหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ และเรียนวิทยาคมสายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท

ตั้งมั่นอยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย ปฏิปทางดงาม เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้ได้พบเห็น

เกิดในสกุลชัยบุรินทร์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2466 ที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

ในช่วงเยาว์วัย เรียนที่โรงเรียนวัดในหมู่บ้าน โดยครูที่สอนเป็นทั้งพระและฆราวาส เรียนจนจบชั้นประถมปีที่ 4 แล้วออกมาช่วยครอบครัวทำนาทำไร่ จนอายุครบเกณฑ์ทหาร

จากนั้นเข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดดงน้อย อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีพระใบฎีกาบุญยัง คังคสโร เป็นพระอุปัชฌาย์

ประพฤติปฏิบัติตามแบบที่ครูอาจารย์สั่งสอนอย่างเคร่งครัด ท่านเดินทางไปปฏิบัติธรรมและศึกษา พระธรรมวินัยในหลายจังหวัดทางภาคกลาง ร่ำเรียนวิชาจากพระใบฎีกาบุญยัง ซึ่งเคยเป็นพระครูปลัดซ้าย พระครูวิมลคุณากร (หลวงปู่ศุข) วัดปากคลองมะขามเฒ่า

เรียนวิทยาคมสายหลวงปู่ศุขจากตำราเอก วิชาตัวอิ อันเป็นบทปฐม 1 ใน 4 ตำราหลักของหลวงปู่ศุข คือ อิติปิโส จากพระใบฎีกาบุญยัง จนมีความชำนาญ และยังเดินทางไปเรียนวิชากับหลายพระอาจารย์ ฝึกฝนวิปัสสนากัมมัฏฐานควบคู่กับการศึกษาเล่าเรียนวิทยาคมกับหลวงพ่อเดิม ได้รับถ่ายทอดวิชาเสกมีดหมอ คาถาคงกระพัน

ครั้นหลวงปู่เช้าอายุมาก ล่วงเข้าวัยชรา พระใบฎีกาปรีชา ธัมมโชโต เจ้าอาวาสวัดห้วยลำใย ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชาย ขออาราธนาหลวงปู่เช้ามาอยู่จำพรรษาที่วัดห้วยลำใย เพื่อจะได้ดูแลใกล้ชิด

หลวงปู่เช้ามรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2557 ที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ สิริอายุ 92 พรรษา 72

Read More

พระธรรมเจดีย์ (หลวงปู่จูม พันธุโล) วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี

44451125
“หลวงปู่จูม พันธุโล” หรือพระธรรมเจดีย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี พระวิปัสสนาจารย์สายอีสาน มีนามเดิมว่า จูม จันทรวงศ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี 24 เม.ย. 2431 ชาติภูมิอยู่บ้านท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ครอบครัวประกอบอาชีพทำนาทำไร่

เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดศรีเทพประดิษฐาราม อ.เมือง จ.นครพนม จนจบหลักสูตรประถมศึกษาบริบูรณ์ ต่อมา เมื่ออายุ 12 ปี บิดามารดาประสงค์จะให้ลูกชายได้บวชเรียน จัดการให้บรรพชาเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2442 มีพระครูขันธ์ ขันติโก วัดโพนแก้ว อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นพระอุปัชฌาย์

เมื่อบวชแล้วอยู่ที่วัดโพนแก้ว ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม อักษรขอม อักษรธรรม และภาษาไทย มีความสนใจในการศึกษา สามารถเขียนอ่านได้อย่างคล่องแคล่ว มีสติปัญญาเฉียบแหลม จนเป็นที่รักใคร่ของครูบาอาจารย์

นอกจากนี้ ท่านยังฝึกหัดเทศน์มหาชาติ (เวสสันดรชาดก) เป็นทำนองภาคอีสาน ปรากฏว่าเป็นที่นิยมชมชอบของบรรดาญาติโยม

ต่อมาในปี พ.ศ.2445 ย้ายไปอยู่วัดอินทร์แปลง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย แต่ก็อยู่ได้เพียงปีเดียว

พ.ศ.2446 พระอาจารย์จันทร์ เขมิโย ซึ่งเป็นพระอาจารย์ มีความสนใจการปฏิบัติกัมมัฏฐานเป็นพิเศษ ปรารภจะเดินทางไปกราบขออุบายธรรมจากพระอาจารย์ใหญ่ ฝ่ายกัมมัฏฐาน คือ พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล และพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

ดังนั้น สามเณรจูมและหมู่คณะจึงติดตามมุ่งสู่จังหวัดอุบลราชธานี

คณะพระอาจารย์จันทร์และลูกศิษย์เข้ากราบนมัสการพระอาจารย์เสาร์ และพระอาจารย์มั่น ที่สำนักวัดเลียบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี และฝากถวายตัวเป็นศิษย์เพื่อศึกษาข้อวัตรปฏิบัติ

ตลอดเวลา 3 ปี สามเณรจูมได้รับการอบรมสั่งสอนจากพระอาจารย์ใหญ่เป็นอย่างดี จนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องวัตรปฏิบัติ ทำให้สามเณรจูมประพฤติดีปฏิบัติชอบ สร้างสมบารมีเรื่อยมา จนได้เป็นพระมหาเถระผู้มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นปูชนียบุคคลของชาวอีสานในกาลต่อมา

พ.ศ.2449 พระอาจารย์จันทร์กราบลาพระอาจารย์ใหญ่ทั้งสอง พาคณะพระภิกษุและสามเณรกลับจังหวัดนครพนมอันเป็นถิ่นมาตุภูมิ

เมื่ออายุ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2450 ที่พัทธสีมาวัดมหาชัย อ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี มีพระครูแสง ธัมมธโร วัดมหาชัย เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสีมา สีลสัมปันโน วัดจันทราราม อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์จันทร์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลังอุปสมบท ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกนักธรรมและบาลี ที่สำนักวัดเทพศิริน ทราวาส เป็นเวลาหลายพรรษา สามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี-โท ต่อมาสอบไล่ได้เปรียญธรรม 3 ประโยค

ท่านอยู่จำพรรษาที่วัดเทพศิรินทราวาสเป็นเวลานานถึง 15 ปี เมื่อได้รับพระบัญชาจากคณะสงฆ์ จึงอำลาวัดเทพศิรินทราวาส เดินทางสู่จังหวัดอุดรธานี ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2466 เป็นต้นมา

เมื่อดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส ท่านเร่งพัฒนาวัดโพธิสมภรณ์ให้เจริญรุ่งเรือง ทั้งทางด้านศาสนสถาน ศาสนศึกษา ศาสนบุคคล และศาสนธรรม

ด้านการปกครอง ท่านเป็นผู้นำปกครองพระภิกษุสามเณร และอุบาสก อุบาสิกา ด้วยหลักพรหมวิหารธรรม เป็นพระเถระที่เคร่งครัดในระเบียบวินัย

ส่วนทางด้านการศึกษา พระเดชพระคุณเอาใจใส่และให้การสนับสนุนด้วยดีตลอดมา ท่านได้ส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกนักธรรมและแผนกบาลี และท่านเป็นครูสอนปริยัติด้วยตนเอง

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2473 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชเวที พ.ศ.2478 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพกวี

พ.ศ.2488 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่พระธรรมเจดีย์

เริ่มอาพาธมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 จนถึงเดือนมีนาคม 2505 คณะแพทย์โรงพยาบาลศิริราชได้รักษาอย่างสุดความสามารถ

กระทั่งวันที่ 11 กรกฎาคม 2505 จึงมรณภาพด้วยอาการอันสงบ ที่โรงพยาบาลศิริราช สิริอายุ 74 พรรษา 55

Read More