BMW Series 5


BMW Series 5 โฉมใหม่ยกระดับความเรียบหรูสปอร์ตอย่างลงตัวพร้อมการตกแต่งสุดพิเศษให้คุณสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่โดดเด่นได้มากกว่า คุณพร้อมที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมแล้วหรือยัง เพื่อตอบสนองที่สุดของสุนทรียภาพแห่งการขับขี่บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5 กับรูปลักษณ์ที่มาพร้อมกับความปราดเปรียว และสมรรถนะ ด้วยสัดส่วนของโครงสร้างที่ลงตัว ตั้งแต่หัวจรดท้าย สะกดทุกทุกสายตาเมื่อเหลียวมอง ไฟหน้า LED ที่โดดเด่น สง่างาม เป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้าคู่ที่มีลักษณะยื่นไปด้านหน้า เพิ่มความเคร่งขรึม และบ่งบอกถึงความล้ำหน้าในสมรรถนะ การขับเคลื่อนที่เป็นหนึ่ง ของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5 ความสมบูรณ์แบบ กับภายในห้องโดยสารของ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5 ที่ลงตัวกับทุกสัมผัส ความสวยงาม ตลอดจนการคัดสรรทุกวัสดุที่มีคุณภาพดีที่สุด ด้วยลักษณะเฉพาะการออกแบบแผงคอนโซลของบีเอ็มดับเบิลยู ให้เข้าหาผู้ขับขี่เพื่อศักยภาพในแห่งการควบคุมแต่ยังคงให้ความสะดวกในการใช้งานจากฝั่งที่นั่งผู้โดยสาร ชุดไฟหน้า LED ประกอบด้วย ไฟหน้าที่สามารถปรับการกระจายแสงให้เหมาะสมกับเส้นทางที่ขับขี่ เพิ่มแสงสว่างในมุมอับในขณะเข้าโค้ง และระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ ซึ่งระบบจะปรับการทำงานให้สอดคล้องกับการขับขี่ในทุกสภาพถนน
ราคา BMW Series 5
รุ่น 520d M Sport ราคา 3,599,000 บาท
รุ่น 528i Luxury ราคา 3,699,000 บาท
รุ่น 528i M Sport ราคา 3,799,000 บาท
รุ่น 525d Luxury ราคา 3,899,000 บาท
รุ่น 525d M Sport ราคา 3,999,000 บาท

ขอบคุณเนื้อเรื่อง https://www.motorth789.com

Read More

โปรโมชั่นน่าสนใจอีซูซุมิว-เซเว่น

“โอกาสพิเศษอยู่ตรงหน้า” เอกสิทธิ์พิเศษสำหรับท่านเจ้าของอีซูซุมิว-เซเว่น
โปรโมชั่นน่าสนใจ“โอกาสพิเศษอยู่ตรงหน้า” เอกสิทธิ์พิเศษสำหรับท่านเจ้าของอีซูซุมิว-เซเว่น

745642-tile

เอกสิทธิ์พิเศษต่อที่ 1 สำหรับท่านเจ้าของรถอีซูซุมิว-เซเว่นเดิม

• ท่านเจ้าของอีซูซุมิว-เซเว่นทุกรุ่น รับบัตรกำนัลพิเศษ 50,000 บาท สำหรับการซื้อรถอีซูซุมิว-เอ็กซ์ทุกรุ่น
• บัตรกำนัลพิเศษ 50,000 บาท ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเพจ์นอื่นๆได้

เอกสิทธิ์พิเศษต่อที่ 2 สำหรับคนพิเศษของคุณ

• ท่านเจ้าของอีซูซุมิว-เซเว่นทุกรุ่น นอกจากได้รับเอกสิทธิ์พิเศษต่อที่ 1 แล้ว ท่านยังมีเอกสิทธิ์เพิ่มเติม โดยสามารถมอบบัตรกำนัลพิเศษมูลค่า 50,000 บาท สำหรับการซื้อรถอีซูซุมิว-เอ็กซ์ ให้กับคนในครอบครัว
• กรณีมอบสิทธิ์ดังกล่าว ผู้รับมอบสิทธิ์จะต้องมีหนังสือการมอบสิทธิ์ และแสดงเอกสารสำคัญตามกฏหมาย เพื่อยืนยันความเกี่ยวข้องระหว่างผู้ได้รับสิทธิ์ และผู้รับมอบสิทธิ์ตามขอบข่ายการมอบสิทธิ์ที่บริษัทฯ กำหนด สอบถามเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ

หมายเหตุ :

1. บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของแคมเพจ์น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
2. ผลการพิจารณาของบริษัทฯ ถือเป็นเด็ดขาด และเป็นที่สุด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ

Read More

Mercedes-AMG GT

เผยให้เห็นกันแล้ว สำหรับรูปภาพของ Mercedes-AMG GT รุ่นใหม่ล่าสุด จากค่าย Mercedes-Benz มาพร้อมกับชุดแต่งสุดหรูหรามากๆ ดีไซน์การออกแบบมีความเรียบหรู มีการคิดออกแบบที่สวยงาม มีมิติ ให้ความงามแบบสปอร์ต มีความทรงพลัง มีการใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามาประยุกต์เอาไว้ในรถ Mercedes-AMG GT ตัวนี้อย่างมากมาย จึงมอบความสปอร์ตอย่างน่าทึ่งออกมาค่ะ และสำหรับราคาของชุดแต่งรุ่นใหม่ล่าสุดของรถ Mercedes-AMG GT ตัวนี้จะมาพร้อมกับราคาประมาณ 100,000 เหรียญสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียวล่ะค่ะ ราคาอาจจะขึ้นอยู่กับออฟชั่นการใช้งานที่เหนือชั้นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้ค่ะ

74159

รถยนต์สุดหรู Mercedes-AMG GT รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ มาพร้อมกับระบบเครื่องยนต์แบบ AMG DRIVE UNIT ควบคู่มากับขุมกำลังของ AMG GT ที่มีขนาดเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร แบบ V8 twin-turbo ให้พลังการทำงานของเครื่องยนต์ที่สุดยอดมากๆเลยค่ะ รับรองว่ารถสปอร์ตสุดหรูตัวนี้จะต้องครอบครองใจผู้คนทั่วโลกที่รักรถสปอร์ตอย่างแน่นอนเลยค่ะ

Read More

Ford Fiesta สวยงาม

Ford Fiesta 2016 รุ่นใหม่ล่าสุด 5 ประตู รถยนต์ที่ได้รับการออกแบบสุดหรู ภายใต้แนวคิด เคเนอติกดีไซน์ “ขุมพลังแห่งการเคลื่อนไหว” เพื่อเติมเต็มประสิทธิภาพ พร้อมสมรรถนะของ ฟอร์ด เฟียสต้า อย่างเหนือชั้น เป็นรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน ภายในกว้างขวาง มีพื้นที่เก็บของมากมาย และ ภายนอก สวยงามกับเส้นโค้งดีไซน์ตามหลักอากาศพลศาสตร์ บ่งบอกบุคคลผู้ขับขี่อย่างชัดเจน มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี Duratec 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 79.0 X 76.4 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.1 : 1 พร้อมระบบแปรผันวาล์ว Ti-VCT ให้กำลังสูงสุด 112 แรงม้า (PS) ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Powershift Dual Clutch รองรับน้ำมันสูงสุด E85
New Ford Fiesta 2016 ราคา

รุ่น 1.5 Trend AT ราคา 644,000 บาท

รุ่น 1.5 Sport ATราคา 699,000 บาท

รุ่น 1.5 Sport AT Black Limited ราคา 719,000 บาท
capture-20160922-205205

Read More

วันพ่อแห่งชาติ

722466666

วันพ่อแห่งชาติ

วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญของปวงชนชาวไทย เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือ “วันพ่อแห่งชาติ” และในฐานะที่พระองค์ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม ทรงสละประโยชน์สุขส่วนพระองค์ เพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ธรรมะในวันนี้ จะได้กล่าวถึง พละ ซึ่งหมายถึง พลังของผู้ยิ่งใหญ่ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงไว้ในขุททกนิกาย ชาดกซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 ประการ ได้แก่

1. กายพละ หมายถึง กำลังทางกาย คือ ทรงมีพระสุขภาพพลานามัยที่ดี ทรงพระปรีชาสามารถและชำนาญ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ให้สำเร็จประโยชน์ด้วยดี

2. โภคพละ หมายถึง กำลังโภคสมบัติ คือ ทรงมีทุนทรัพย์บริบูรณ์ ทรงขวนขวายบำรุงกสิกรรม พาณิชยกรรม เป็นต้น อันเป็นทางเกิดแห่งโภคสมบัติต่างๆ เพียงพอแก่การดำรงชีวิตด้วยความสบายของข้าราชบริพารและประชาชนทั่วไป และดำเนินพระราชกรณียกิจได้อย่างไม่ติดขัด

3. อมัจจพละ หมายถึง กำลังข้าราชการ คือ ทรงมีที่ปรึกษาและข้าราชการระดับบริหารที่ทรงคุณวุฒิ มีความสามารถ และจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง

4. อภิชัจจพละ หมายถึง กำลังความมีชาติสูง คือ ทรงกำเนิดในตระกูลสูง เป็นขัตติยชาติ ทรงเป็นที่นิยมเชิดชูของมหาชน ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลบารมีมาแต่ปางก่อน และได้รับการฝึกอบรมมาแล้วเป็นอย่างดีตามประเพณีแห่งชาติตระกูลนั้น

5. ปัญญาพละ หมายถึง กำลังปัญญา คือ ทรงมีพระปรีชาสามารถ หยั่งรู้เหตุผล ผิดชอบ ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ สามารถวินิจฉัยเหตุการณ์ทั้งภายในและภายนอกอันเป็นไปในปัจจุบันสมัย ทรงดำริการต่างๆ ให้ได้ผลเป็นอย่างดี

1. ไม่มุ่งร้ายทำลายผู้อื่น

2. ไม่ทุจริตฉ้อโกง

3. ไม่ประพฤติผิดในกาม

4. ไม่หลอกลวงกล่าวเท็จ

5. ไม่เกี่ยวข้องสิ่งเสพติดให้โทษ

ทั้งนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอถวายพระพรชัยมงคลให้พระองค์ทรงพระเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญตลอดจิรัฐิติกาล

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด

โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

Read More

หยุดโกรธ หยุดเกลียด

Anger

หยุดโกรธ หยุดเกลียด

“ชีวิตเรามีเวลาอยู่ในโลกกันไม่มากนัก ฉะนั้นเราไม่ควรมาเสียเวลากับเรื่องไม่ชอบคนนี้ชังคนนั้นเลย เราควรจะก้าวข้ามความโกรธเกลียดชิงชังกันให้เร็วที่สุด”

คอลัมน์ คำพระ
ว.วชิรเมธี

Read More

เป็นไปตามกรรม

9595

เป็นไปตามกรรม

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ว่า โลกย่อมเป็นไปเพราะกรรม หมู่สัตว์ย่อมเป็นไปเพราะกรรม สัตว์ทั้งหลายถูกผูกไว้ในกรรม

ประการที่ 1 โลกย่อมเป็นไปเพราะกรรม คำว่าโลกนี้ท่านหมายเอาทั้งที่อยู่อาศัยและผู้อยู่อาศัย เช่น มนุษยโลก โลกของมนุษย์ เทวโลก โลกของเทวดา พรหมโลก โลกของพรหม อากาศโลก โลกคือแผ่นดิน นี้เป็นสถานที่อยู่อาศัย ส่วนคำว่า สังขารโลก โลกคือสังขาร หมายเอาสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น และคำว่าสัตว์โลก โลกคือหมู่สัตว์ หมายเอามนุษย์และสัตว์ทุกประเภท ท่านกล่าวว่าย่อมเป็นไปเพราะกรรม คือ สถานที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ จะเสื่อมโทรมลง หรือจะดีขึ้น ก็อาศัยกรรมคือการกระทำนั่นเอง คือ บางครั้งเกิดจากธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วม เป็นต้น ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินเป็นอันมาก แต่บางครั้งเกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น น้ำในแม่น้ำลำคลองเน่าเสีย เป็นต้น เหล่านี้เกิดจากการกระทำของมนุษย์ การจะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นเพียงใด ก็อยู่ที่การแก้ไขปรับปรุงพฤติกรรมของมนุษย์

ประการที่ 2 หมู่สัตว์ย่อมเป็นไปเพราะกรรม หมายเอามนุษย์และสัตว์อื่นๆ ทุกประเภท จะเป็นไปคือจะได้รับความสุขหรือทุกข์ ก็เพราะกรรม คือ การกระทำ พระพุทธเจ้า ตรัสว่า เจตนาเป็นกรรม คือ การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา มีความตั้งใจ ความจงใจ จึงเป็นกรรม กรรมนี้ สามารถแบ่งออกได้หลายประเภท คือ หากพิจารณาถึงมูลเหตุที่เป็นตัวชักนำให้ลงมือกระทำก็มี 2 อย่าง คือ กรรมดี และ กรรมชั่ว กรรมดีเกิดจากความไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญแล้วจึงกระทำ ส่วนกรรมชั่วนั้นเกิดจากความโลภ ความโกรธ และความหลง กรรมทั้ง 2 อย่างนี้ให้ผลต่างกันมาก คือ กรรมดีให้ผลเป็นความสุข ความเจริญ ส่วนกรรมชั่วให้ผลเป็นทุกข์ ความเดือดร้อน

ประการที่ 3 สัตว์ทั้งหลายถูกผูกไว้ในกรรม ทั้งกรรมดี ทั้งกรรมชั่ว ล้วนเป็นเหตุให้สัตว์ติดอยู่ ข้องอยู่ในโลกทั้งนั้น เพราะผลของกรรมดี ย่อมเป็นที่พอใจ อยากทำกรรมในลักษณะนั้นอีก เหมือนผลไม้ชนิดใด อร่อยถูกใจ ก็ย่อมซื้อหามาบริโภคอีก และผลของกรรมชั่ว ย่อมไม่เป็นที่พอใจ ก็จะแสวงหาวิธีหลีกเหลี่ยง โดยทำกรรมอื่นที่คิดว่าจะได้ผลเป็นที่พอใจ เมื่อมีใจติดข้องอยู่เช่นนี้ ยังไม่มีสติปัญญาพอที่จะหยุดกระแสของกรรมได้ ก็จะต้องเสวยสุขและทุกข์เรื่อยไป ลักษณะเช่นนี้จึงได้ชื่อว่า ถูกกรรมผูกไว้ ฉะนั้น หากบุคคลใด มีปัญญาพิจารณาเห็นทุกข์ที่ต้องเวียนว่ายอยู่ในกระแสของกรรม ถูกกรรมชักนำให้ประสบทุกข์นานาประการ จะต้องปฏิบัติตนตามมรรคมีองค์ 8 เจริญสติปัฏฐานอยู่เสมอ ก็จะเป็นเหตุให้พ้นจากกองทุกข์ ประสบสุขสงบได้

เพราะฉะนั้น โลกคือสถานที่อยู่อาศัย และสัตว์โลกผู้อยู่อาศัย จะประสบความเสื่อมหรือความเจริญ ก็เพราะกรรมคือการกระทำ ทั้งที่เกิดตามธรรมชาติ และที่เกิดจากมนุษย์ ซึ่งสามารถบรรเทาและเปลี่ยนแปลงได้ ด้วยสติปัญญาของมนุษย์ โดยพิจารณาหาเหตุและผลให้ถ่องแท้ แล้วพยายามละเหตุนั้นๆ เสีย ต่อแต่นั้น ก็จะตัดกระแสกรรมได้ทีละอย่างทีละชนิด เหมือนกับการถอดสลักลิ่มของรถออกทีละชิ้นๆ รถนั้นก็จะแล่นไปไม่ได้อีกต่อไป สภาพของรถก็จะหมดไป นั่นย่อมหมายความว่า ได้พ้นจากกองทุกข์ ประสบสันติสุขในที่สุด

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด

โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

Read More

การเจ็บป่วยเป็นเทวทูตประจำตัว

การเจ็บป่วยเป็นเทวทูตประจำตัว

dgdrf99996

การเจ็บป่วยเป็นเทวทูตประจำตัว ขออย่าได้ประมาทนอนใจ โปรดพิจารณาตามบริเวณที่เจ็บป่วยนั้นแล ให้เห็นด้วยปัญญาประจักษ์ว่า อวัยวะทั้งหมดนี้เป็นของแน่เหลือเกิน ที่จะเป็นเครื่องทับถมเราให้ได้รับความทุกข์และไม่ตั้งอยู่นาน ทั้งหาสาระอะไรไม่ได้ ทั้งจะตั้งหน้าไปสู่ความแตกสลายโดยถ่ายเดียวเท่านั้น ต่างก็มีอยู่ด้วยกันอย่างนี้ทั่วโลก หาที่หลบภัยไม่ได้เลย

แม้พระพุทธเจ้าก็ต้องเป็นอย่างนี้เหมือนสามัญชนธรรมดา ภัยอย่างอื่น ๆ เราพอหลบได้บ้าง ภัยอย่างนี้ต้องหลบด้วยปัญญา คือหยั่งทราบตามความเป็นจริง พระพุทธเจ้าเป็นเข้าท่านมียาแก้ เราทั้งหลายไม่ค่อยมียาแก้ ต่างกันที่ตรงนี้

ธรรมะ โดย หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
๘ กรกฏาคม ๒๕๐๐

Read More

การปล่อยวาง คลายทุกข์ แบบง่ายๆ

7ffdg5555

สิ่งที่เราเป็นทุกข์ในปัจจุบันนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป เราเองต้องอยู่ในโลกนี้ โลกแห่งการเป็นเหยื่อความเจริญด้านวัตถุ สิ่งล่อใจมีมาก ทำให้กิเลสมากขึ้นตามลำดับ ดังนั้นการปล่อยวางทั้งด้านวัตถุที่เป็นรูปธรรม และการปล่อยวางทางจิตใจที่เป็นนามธรรม จึงเป็นหนทางให้เราคลายความทุกข์ลงได้ เช่น ไฮเทคเกินไปก็ทำตัวให้ โลว์เทคบ้าง เคยขับรถ ก็ลองปล่อยแล้วมาขึ้นรถเมล์บ้าง เคยเอะอะโวยวายไม่พอใจเมื่อมีใครทำอะไรไม่ถูกใจ ก็หัดเฉยให้อภัยบ้าง เคยแต่งตัวพิถีพิถัน ก็มาแต่งตัวตามสบายบ้าง เป็นต้น

การปล่อยวาง คือปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวง ข้อนี้สำคัญที่สุดในการคลายเครียดทุกวิธีที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เพราะเป็นการตัดต้นตอของความทุกข์ทั้งมวลลงได้ เมื่อยึดมั่นถือมั่นมากก็ต้องทุกข์มาก ถ้าปล่อยวางลงได้มากก็เบามากสุขมาก แล้วความเครียดก็ลดลงหรือหายไปเลย

ยึดมั่นสิ่งใด ก็ทุกข์เพราะสิ่งนั้น

เมื่อยึดมั่นในสิ่งใด ก็เป็นทุกข์เพราะสิ่งนั้น ฉะนั้น พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า… สพ.เพ ธม.มานาลํ อภินิเวสาย” แปลว่า “สิ่งทั้งปวงไม่ควรเข้าไปยึดมั่นถือมั่น” นี้เป็นหลักธรรมชั้นสูงขั้นวิปัสสนาในพระพุทธศาสนา

แต่สำหรับเราปุถุชนนั้น ยังยึดมั่นถือมั่นอยู่ เพราะยังมีกิเลสอยู่ จะปล่อยวางให้เด็ดขาดนั้นยังทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น ใครจะยึดมั่นในเรื่องอะไรก็ยึดเถิด แต่อย่ายึดให้มากเกินไป เพราะสิ่งทั้งปวงในโลกนี้มันไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน มันเป็นทุกข์ มันตกอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ต้องพังสลายไปในที่สุด และไม่มีอะไรเป็นของเราที่แท้จริงเลย เห็นได้ชัดเมื่อคนเราตาย เราต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้หมดสิ้นแล้วจากโลกนี้ไป นำไปได้แต่บุญและบาปติดตัวไปได้เท่านั้น นอกนั้นต้องทิ้งไว้ทั้งสิ้น มอบให้โลกเขาไป แม้แต่ร่างกาย เพราะได้ยืมของโลกเขามาใช้ชั่วคราว

วิธีการในการปล่อยวางมีหลายอย่าง สำหรับคนเราที่ยังไม่อาจปล่อยวางทุกอย่างได้ ก็ควรใช้การปล่อยวางแบบง่าย ๆ ไปก่อน คือ รู้จัดปิดหูปิดตาและปิดปากเสียบ้าง เหมือนอย่างรูปปริศนาธรรมเป็นรูปลิง 3 ตัว โดยตัวหนึ่งปิดหู ตัวหนึ่งปิดตา อีกตัวหนึ่งปิดปาก ตามหลักพระพุทธศาสนา ถือว่าคนเราบางคราวแม้ไม่ใบ้ก็ทำเหมือนเป็นใบ้เสียบ้าง แม้ไม่หนวกก็ทำเหมือนหนวกเสียบ้าง แม้ไม่บอดก็ทำเป็นบอดเสียบ้าง ถ้าทำเป็นคนรู้เห็นไปหมดแล้ว ก็เท่ากับไปแส่หาความทุกข์ไม่หยุดหย่อน

อย่างสมมติว่า เราเห็นคนรักหรือลูกหลานไปทำบางสิ่งบางอย่างอันไม่น่าพอใจ บางครั้งเราก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสียบ้าง เพราะถ้ารู้เห็นมากมันก็วุ่นวาย และทำให้เครียดมาก เช่น ในบางครั้งบางคนแม้ตนไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้ยิน แต่ได้พยายามสืบเสาะให้มันเห็นจนได้ แล้วในที่สุดก็มานั่งทุกข์นอนทุกข์ เพราะไม่มีอุบายรักษาใจหรือปล่อยวางไม่เป็น

Read More

คิดแล้วทุกข์

9871240007

ความคิดนี้หนอเป็น สิ่งที่เกิดขึ้นในใจของทุกคน และพอที่จะรู้สึกได้ด้วยตัวเองเมื่อมีอะไรเกิดขึ้นที่ใจ ไม่ว่าเราจะคิดเรื่องอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องที่ดีหรือไม่ดี เราย่อมรับผลในทางจิตใจได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องรอในชาติหน้า ได้รับผลในชาติปัจจุบันนี้ขณะนี้เดี๋ยวนี้ทันที คิดเรื่องไม่ดีเดี๋ยวนี้ได้รับผลทันทีคือจิตใจเกิดความรุ่มร้อน คิดแต่เรื่องดีๆ ก็ได้รับผลทันทีคือสบายใจทันที เพราะฉะนั้นความคิดจึงให้ผลเร็วในทันที

เราอยู่กับความคิดและก็ใช้ความคิด เราไม่รู้หรอกว่าเราคิดดีหรือคิดชั่วและใช้ความคิดไปในทางที่เป็นประโยชน์ อย่างสร้างสรรค์ หรือไม่เป็นประโยชน์ในทางทำลาย อยู่ที่ผู้จะใช้ความคิดออกไป ถ้าใช้ความคิดเห็นผิดๆ เพื่อทำลายผู้อื่น ผลกรรมย่อมตกเป็นของเราก่อน เราจะร้อนใจกระวนกระวายใจเพราะความคิดที่จะทำร้ายผู้อื่น

เราอยู่กับความคิด เราวิ่งตามความคิด หรือเราอยู่เหนือความคิด ถ้าเราวิ่งตามความคิดที่มีความทะยานอยาก ความไม่พอใจ วิ่งตามเท่าไหร่ก็ไม่พอกับความต้องการในความคิด ความคิดมันก็คิดไปเรื่อยๆ ดูแล้วเห็นแล้วน่าอัศจรรย์ที่มันคิดไกลไปเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าความจบสิ้นในความคิดนั้นไม่มี บางครั้งก็คิดซ้ำของเก่าๆ เหมือนเริ่มคิดใหม่กลับไปกลับมา

ถ้าเราสังเกตดูที่ใจของเรา เรื่องที่ดีๆ มันจะคิดน้อยและจบสิ้นเร็ว ถ้าหากเป็นเรื่องที่ไม่ดีมันคิดมากและก็จบสิ้นไม่เป็น ชอบคิดแล้วคิดอีก คิดจนกลายเป็นทุกข์ในใจก็มี เมื่อจิตใจรับผลเป็นทุกข์ ร่างกายก็เป็นไปตามจิตใจด้วย เพราะอาการเหล่านั้นมันออกจากจิตใจที่ได้รับผลจากความคิด ถ้าเราไม่รู้จักความคิดดีพอ หรือไม่ได้ฟังจากผู้เล่าที่มีประสบการณ์เรื่องโรคต่างๆ ที่เกิดจากใจที่คิดแล้ว มันทรมานเป็นที่สุดอย่างยิ่งในชีวิตทีเดียว ทำให้เกิดโรคที่แทรกซ้อนต่อร่างกายที่เราอาศัยอยู่ได้ง่ายๆ แล้วทำให้ร่างกายทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วทันที เมื่อคิดมากก็ไม่รู้วิธีระงับ หรือไม่รู้จักแก้ไข หรือไม่ปลงตกจากความคิดเหล่านั้น การฆ่าตัวตายย่อมมีโอกาสปรากฏขึ้นได้

ที่ไม่รู้ว่าทุกข์หมายถึงเราวิ่งตามเรื่องราวต่างๆ ในความคิดที่เรากำลังคิดไปเรื่อยๆ จนกลับกลายเป็นอารมณ์ผูกพันในปัญหาต่างๆ ที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล หรือดูเหมือนว่าเรากำลังวิ่งไปหาความคิด ความคิดมันหลอกลวงเราให้เราหลงทางอยู่เสมอเพราะความไม่รู้เท่าทันนี้แหละ มันหลอกลวงให้คิดล่วงหน้าอยู่เสมอ หวังในความคิด เกิดความอยากในความคิด

เรื่องความอยากในความคิดที่คิดไปนั้นดูเหมือนว่ารู้สึกว่ามันง่ายๆ ไม่มีอุปสรรค ถ้ามีอุปสรรค มันก็เพิ่มเติมแก้ไขเข้าไปง่ายๆ แต่พอเรากระทำออกไปจริงๆ แล้วดูเหมือนว่ามันยากกว่าที่คิดเสียอีก ต้องเจออุปสรรคต่างๆ นานาจนรู้สึกผิดหวังและท้อแท้อย่างยิ่ง นี่แหละความคิด ต้องหมั่นศึกษาดูจิตใจและพยายามอ่านดูใจของตัวเองไปด้วย มิฉะนั้นจะตกเป็นทาสของความคิดและทุกข์ไปโดยไม่รู้ตัว คิดไปคิดมาดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่มีจิตใจเลื่อนลอย

ความทุกข์เกิดจากความคิดนี้แหละ ถ้าเราจะเรียนรู้ความคิดต้องค่อยๆ อ่านดูจิต พยายามดูความคิดของตนเองให้ออก เพราะความคิดเราดูเหมือนอยู่เหนือเราเสียอีก มันคอยคิดแต่เรื่องที่เป็นทุกข์ให้อยู่เสมอ เมื่อเรารับฟังอะไรมาก็ตาม ความเป็นผู้ไม่มีปัญญาพิจารณาตามย่อมได้รับผลทันที รับฟังมาแล้วคิดดีก็ให้ผลดีทางใจสบายใจ ดีใจ ชื่นใจอย่างรวดเร็ว รับฟังมาแล้วคิดไม่ดีก็ได้รับผลทางใจไม่ดี ทุกข์ใจ ร้อนใจ ไม่สบายใจ

ไม่รู้จักวีธีออกจากความทุกข์เพราะไม่รู้จักวิธีออกจากความคิด เราคิดเองทุกข์เองซึ่งเกิดจากการเห็น การได้ยิน รับทราบมาแล้วก็นำมาคิดเองเออเอง จนกลายเป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจ แล้วก็สร้างอารมณ์ของตนเองเป็นทุกข์แทนผู้อื่นบ้าง หรือมาจากตัวเองเป็นทุกข์ที่จิตใจแล้วกลับมาคิดหาทางออกจากทุกข์ในความ รู้สึกนั้นๆ ที่จิตใจของตนเองไม่ได้

ก็คือไม่รู้ว่าจะเอาความคิดที่มีทุกข์ที่ใจนั้นไปไว้ไหน มักจะอมทุกข์ใจไว้กับความรู้สึกของตนเอง จนแสดงออกไปถึงใบหน้าและตา ทั้งๆ ที่ความทุกข์เหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ตัวเราเองนำมาคิดทั้งนั้นจนหาทางออก ไม่ได้ คนเราจึงเพิ่มความทุกข์โดยไม่รู้ตัว พยายามนำไปเล่าให้คนโน้นคนนี้ฟัง ส่วนคนฟังที่ไม่รู้วิธีออกจากทุกข์ก็พลอยทุกข์ไปด้วย

ความคิดมันทำให้เราป่วยเป็นโรคทางใจและทางกายอย่างรุนแรง โรคที่เกิดจากความคิดที่เป็นทุกข์มาก ได้แก่ โรคไมเกรน (ปวดศีรษะข้างเดียว) โรคท้องอืด โรคความเครียดจนถึงนอนไม่หลับ จนในที่สุดอาจจะกลายเป็นโรคจิตประสาทหลอนได้

วิธีแก้ไขการออกจากความคิดที่เป็นทุกข์นั้น ได้แก่

– การปล่อยวางมี “อุเบกขา” รู้อะไรเห็นอะไรรับรู้แล้ววางเฉยเสีย ซึ่งบางทีเป็นแต่เพียงความเฉยภายนอกหรือพยายามทำเป็นเฉยแต่ใจไม่เฉย อย่างนี้ไม่ถูกต้อง เฉยอย่างนี้ไม่เรียกว่าเป็นอุเบกขา ความวางเฉยนี้หมายถึงสงบเป็นกลางๆ ไม่เอนเอียงไปข้างหนึ่งข้างใด เฉยอย่างรู้ทันจึงเฉย ไม่ใช่เฉยเพราะไม่รู้

ท่านเปรียบความวางเฉยเหมือนการขับรถ ตอนแรกเราจะวุ่นวายเร่งเครื่องปรับอะไรต่ออะไรทุกอย่างให้เข้าที่ เมื่อพร้อมก็เดินเครื่องวิ่งเรียบสนิท เราก็เพียงแต่เป็นผู้มอง ผู้คุมระวังไว้ สภาวะเช่นนี้เรียกว่าอุเบกขา เป็นสภาพจิตที่สบาย เพราะทำทุกอย่างดีแล้วเข้ารูปของมันแล้ว

– การทำสมาธิ คือความตั้งมั่นหรือแน่วแน่อยู่กับสิ่งๆ นั้น อย่างที่เรียกว่า “ใจอยู่กับกิจ จิตอยู่กับงาน” จิตใจที่แน่วแน่มีกำลังมาก เป็นจิตที่เหมาะสมในการใช้งาน จิตที่เป็นสมาธิดีแล้วจะไม่ซัดส่ายไปกับความคิดที่ไม่เป็นประโยชน์ และระงับยับยั้งความคิดที่เป็นโทษทุกข์นั้นได้

– สติ คือความระลึกได้เป็นเครื่องดึงจิตไว้กับตัวหรือสิ่งนั้นๆ ไม่ให้จิตฟุ้งซ่านล่องลอยไปที่อื่น

จิตใจเราเปรียบเหมือนพระจันทร์ที่สว่างสุกใส แต่ที่หม่นหมองมืดมิดไม่สว่างไสวเหมือนจันทร์แรมนั้นเพราะมีเมฆหมอกมาปิดบัง ไว้ เปรียบเหมือนความคิดที่ทำให้ใจนั้นทุกข์บ้างสุขบ้าง ซึ่งเกิดขึ้นแล้วตั้งอยู่ไม่ได้นาน เหมือนพระจันทร์ที่มีข้างขึ้นข้างแรม มีมืดมีสว่าง

ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชาญชัย เขมวโร

ขอบคุณบทความจาก ธรรมจักร

Read More